วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

ในวันที่หมดหวัง กำลังใจสำคัญที่สุด

 
"ในวันที่หมดหวัง กำลังใจสำคัญที่สุด"
 
ผมเคยสัญญากับตัวเองไว้ว่า ถ้าผมได้งานหรืออยู่ในช่วงที่มีความสุข
ผมจะมาเขียนเรื่องราวที่ให้กำลังใจกับคนที่กำลังหมดหวังหรือสิ้นหวัง
เพราะช่วงที่หมดหวังหรือสิ้นหวังนั้น กำลังใจมันสำคัญที่สุด
 
ทำไมถึงต้องให้กำลังใจ ?
 
คุณรู้หรือไม่ว่า คนที่กำลังอยู่ในช่วงที่เลวร้าย หัวใจกำลังอ่อนแอ
ความสิ้นหวังจะทำให้คิดอะไรต่างๆ ไปเรื่อยเปลื่อย จนไม่สามารถหยุดได้
ยิ่งถ้าอยู่คนเดียว บางคนอาจนั่งร้องไห้ทั้งคืนเลยก็ได้ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้
 
คนเหล่านี้มักต้องการใครสักคน เป็นที่ระบายความรู้สึกของตนเอง
ที่มันอัดอั้นอยู่ในใจ แต่จะหาคนที่ให้ระบายก็ยากเหลือเกิน
บางคนอาจไปโพสในกระทู้ต่างๆ ตามเว็บ บางคนก็เขียนใส่ในกระดาษ
ถึงมันจะช่วยได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความคิดมันหายไปหรอก...
 
ดังนั้น เมื่อเขาไม่มีที่ระบาย ก็กลายเป็นความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจ
และจะทำให้เกิดความเครียด ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการคิดสั้นได้
 
แล้วจะให้กำลังใจพวกเขาได้อย่างไร ?
 
มันก็พูดยากนะ ว่าจะให้กำลังใจพวกเขาได้อย่างไร
เพราะแต่ละคนก็มีสาเหตุที่แตกต่างกันไป
บางคนก็อาจผิดหวังจากความรัก ครอบครัว ธุรกิจ ชีวิต เพื่อน ฯลฯ
แต่มีคำพูดหนึ่งที่ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ คือ
 
"สู้ๆ นะ เราเป็นกำลังใจให้"
 
คนที่ได้ยินคำนี้ ผมว่าอย่างน้อยๆ ก็ทำให้เค้ารู้ว่า
เรา ยังเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ยังคอยเป็นกำลังใจให้เค้าเสมอนะ
แม้ในวันที่โลกลืมเขา แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังมีเราที่ไม่เคยลืม
 
ดังนั้น ถ้าคุณเห็นใครที่โพสข้อความประมาณว่าสิ้นหวัง หรือหมดกำลังใจ
ก็อย่าไปว่า หรือตอกย้ำเค้าเลย เพราะเค้าก็แค่ต้องการอยากระบายบ้าง
ยิ่งถ้าเราไปโพสว่าเค้า หรือบอกว่า "จะมาโพสทำไมที่นี่"
นั่นเท่ากับว่า เป็นการปิดกั้นการระบายความรู้สึก และตอกย้ำความเจ็บปวดให้เค้าอีก
 
"ปล่อยให้เค้าทำในสิ่งที่เค้าต้องการบ้างเถอะ
เพราะสิ่งที่เค้าทำ อาจเป็นสิ่งเดียวที่เค้าทำได้ ก็ได้"
 
จงอย่าลืมว่า
 
"ในวันที่หมดความหวัง กำลังใจสำคัญที่สุด"
 
สู้ๆ นะครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณจะสิ้นหวังในเรื่องใด
ผมเป็นกำลังใจให้คุณอยู่นะ เพราะผมก็เป็นคนหนึ่ง
ที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับคุณ มาสู้ไปพร้อมๆ กันกับผมนะ
 
"สู้โว๊ย!!!"
 
------------------------------------------------------------
ฝากติดตาม Twitter ด้วยนะครับ


วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

ก้ามปูบิ๊กๆ

 
"ก้ามปูบิ๊กๆ"
 
ผมแอบเห็นเพื่อนแต่ล่ะคนของผม หุ่นดีกันทั้งนั้น
แต่พอหันมามองหุ่นตัวเอง เอ่อ... ผอมยังกับไม้เสียบลูกชิ้นปิ้ง
และดันมีพุงยื่นออกมาอีก อย่าให้เห็นตัวจริงเลย มันไม่น่าดูสักนิด
 
คิดไปคิดมา ก็อยากลองเปลี่ยนหุ่นตัวเองดูบ้าง
แต่ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลายาวนานเท่าไร กว่าจะหุ่นดีมีกล้ามกับเขาบ้าง
เผื่อมันจะช่วยดึงดูดสายตา ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาสนใจได้บ้าง
 
แต่ถ้าให้ไปเข้าฟิตเนส หรือเสียตังค์ซื้อโปรตีนมากิน
เงินในกระเป๋าก็ไม่ค่อยจะมี สงสัยก็คงต้องพึ่งวิธีพอเพียงบ้างละ
หยิบนู่นหยิบนี่มาใช้แทนที่ออกกำลังกาย
คาดว่าไม่นานอาจจะพอมีกล้ามกับเขาบ้าง
 
"อยากมีกล้าม ก็ต้องฝึกฝน ต้องขยัน"
 
ท่องไว้ในใจ "สู้โว้ย"
------------------------------------------------------------
ฝากติดตาม Twitter ด้วยนะครับ


วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

เคยไหม... ใช้เสียงเพลงบอกความรู้สึก

 
"เคยไหม... ใช้เสียงเพลงบอกความรู้สึก"
 
ความรู้สึกที่มันอยู่ข้างใน บางทีก็ไม่สามารถบอกออกมาได้ตรงๆ
ไม่สามารถสื่อออกมาได้ด้วยคำพูด เพราะถ้าฟังอาจจะดูว่ามันเว่อร์เกินไป
แล้วถ้าพูดไม่ได้ จะสื่อความรู้สึกออกไปยังไงล่ะ?
 
มีคนบอกว่าการกระทำ มันก็สามารถบอกความรู้สึกได้ดีกว่าคำพูด
แต่ถ้าในช่วงที่เราแอบรักใครสักคน ถ้าเราเดินไปจับมือเค้า
เค้าจะไม่มองว่าเราเป็นคนโรคจิตหรอ นี่ก็เป็นสิ่งที่น่าคิดนะ
แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจะทำยังไงละ พูดไม่ได้ กระทำก็ไม่ได้
 
มีอีกทางที่สามารถจะสื่อออกไปให้เธอได้รู้ได้
ทางนั้นก็คือ สื่อออกไปเป็นบทเพลงนั่นเอง
เพลงบางเพลง มีความรู้สึกที่เราต้องการบอกให้เค้ารู้อยู่
ซึ่งเหมือนกับว่า เพลงๆ นั้น แต่งมาเพื่อเรารึเปล่า ทำไมมันตรงจัง
 
จากประสบการณ์ตรง ผมก็เคยใช้เพลงในการบอกความรู้สึกนะ
แต่ผลที่ได้ก็ทำให้เค้ารู้ว่าเราชอบเค้า แต่เค้าก็ไม่ได้ชอบเราหรอก
เพราะเค้ามีคนที่ชอยอยู่แล้ว แต่เค้าก็ไม่ได้รังเกียจอะไรผมนะ
แถมยังมาคุยหรือเล่มกับผมมากขึ้นด้วย
 
ผมว่าบางที ก็ใช้เพลงบอกรัก มันก็โรแมนติกดีนะ
ร้องเพลงให้เค้าฟัง หรือส่งเพลงให้เค้าฟัง
ถ้าความรู้สึกมันตรงกัน คุณก็อาจจะได้เป็นเป็นแฟนกับเค้าก็ได้
แต่ถ้ามันไม่ใช่ ก็ยังดีนะ ยังดีที่เราได้บอกเค้า ดีกว่าเราไม่ได้บอกเค้าเลย
 
"ลองใช้บทเพลงสื่อความรู้สึกดูสิ
บางทีอาจจะง่ายกว่าเดินเข้าไปแล้วบอกรักตรงๆ ก็ได้"
------------------------------------------------------------
ฝากติดตาม Twitter ด้วยนะครับ


วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

เหนื่อยใจแค่ไหน... สุดท้ายก็ยังเป็นของเธอ

 
"เหนื่อยใจแค่ไหน... สุดท้ายก็ยังเป็นของเธอ"
 
เรื่องของความรัก มีมุมมองให้เขียนมากมายหลายเรื่อง
เพราะความรักนั้น มันไม่เคยมีมุมมองที่ตายตัว
หลายคนอาจเคยผ่านความรักมามากมายหลายรูปแบบ
หลายครั้งที่ได้เจอ ก็มักจะได้เรื่องราวเก็บมาเป็นความทรงจำส่วนหนึ่ง
ซึ่งมันก็ไม่เคยจางหายไป ยิ่งเรื่องไหนยิ่งเจ็บ เรื่องนั้นยิ่งจำ
 
แต่สำหรับเรื่องที่จะเขียนต่อไปก็คือ "การทะเลาะกัน"
ช่วงแรกๆ ที่คบกันของคู่รักหลายๆ คู่ อาจจะมีความเห็นที่คล้ายๆ กัน
ก็เลยไม่ค่อยได้ทะเลาะกันเท่าไหร่ หรืออาจจะมีบ้าง แต่ก็ยอมๆ กันไป
แต่พอหมดช่วงโปรโมชั่นเมื่อไหร่ นั่นแหล่ะ ปัญหามันมักจะเกิดขึ้นมาทันที
 
เรื่องบางเรื่องอาจจะเล็กน้อย แต่มันก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
และพอเกิดเรื่อง ก็ต้องมาง้องอนกัน ซึ่งถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใจอ่อน
เรื่องก็จะจบได้ง่ายขึ้น แต่ถ้ายังแข็งข้อต่อกันทั้งคู่
ก็คงต้องเหนื่อยกับการง้องอนกันต่อไปอีกนานไม่จบไม่สิ้น
 
แล้วถ้าถามว่า "ไม่เหนื่อยบ้างหรอ ที่ต้องทะเลาะกันอยู่แบบนี้"
ผมว่า คำตอบที่ได้จากคนทั้งสองคน ก็น่าจะเป็น "เหนื่อย"
แต่จะเหนื่อยยังไงก็ตาม เค้าทั้งสองคนก็ยังคงเป็นของกันและกันอยู่ดี
 
มีคำกล่าวที่ว่า "ยิ่งทะเลาะกัน ยิ่งรักกัน ยิ่งเข้าใจกัน"
มันก็อาจจะเป็นจริงก็ได้มั้ง ถ้ามองในแง่ที่ว่า
พอเรารู้ว่าเค้าไม่ชอบให้เราทำอะไร เราก็จะไม่ทำสิ่งนั้น
รวมถึง ถ้าเค้ารู้ว่าเราไม่ชอบอะไร เค้าก็คงจะไม่ทำเหมือนกัน
 
แบบนี้สิ ถึงจะอยู่ด้วยกันได้ยืดยาว ความรักมันก็ต้องมียอมกันบ้าง
บางที ถ้าความผิดเล็กๆ น้อยๆ ที่เค้าได้ทำ ถ้ามันพอให้อภัยได้
ก็ให้อภัยเค้าเถอะ เค้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับตัวเราจนเกินไป...
 
บางที คนรักของเราอาจคิดในใจเวลาที่ทะเลาะกันว่า
 
"ถึงเธอจะทำให้เหนื่อยใจแค่ไหน
แต่ฉันก็ยังเป็นของเธอเสมอนะ"
 
ก็ได้
------------------------------------------------------------
ฝากติดตาม Twitter ด้วยนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

หายใจ...ไปวันๆ

 
"หายใจ...ไปวันๆ"
 
"ในชีวิตคนทุกคน ย่อมจะมีช่วงชีวิตเลวร้าย
ขอใครเพียงสักคน อยู่คอยช่วยเป็นกำลังใจ"
เนื้อเพลงท่อนหนึ่งจากเพลง ห่วงหา - มัม ลาโคนิค
 
พอฟังเพลงนี้ไปสักพัก ไม่รู้ว่าฟิลลิ่งมันมาจากไหน
นั่งคิดตามเนื้อเพลงตั้งแต่ต้นจนจบ เอ่อ... มันแต่งมาเพื่อนเรารึเปล่าว๊า
 
ช่วงนี้ตั้งแต่เรียนจบมา ก็รู้สึกโหวงๆเหวงๆ หาคนคุยด้วยยากว่าตอนเรียนอีก
ไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด กินข้าวคนเดียวมาหลายเดือนละ
คนนี้เดินผ่านไป คนนั้นเดินผ่านมา แต่ก็ไม่เคยแวะมาทักสักคน
เหมือนเราเป็นมนุษย์ล่อยหน ที่ไม่มีใครมองเห็นซะงั้น
 
ชีวิตหลังจบการศึกษา มันรู้สึกโดดเดี่ยวยังไงไม่รู้เนอะ
คนที่เคยพบหน้ากันเกือบทุกวัน ก็หายไป
หอพักที่เคยมีเพื่อนมาเล่นกันเต็มห้อง ก็ว่างเปล่า มีเรานั่งอยู่คนเดียว
ร้านเกมส์ที่เคยไป ตลาดนัดที่เคยเดิน ห้องสมุด ร้านหนังสือ สวนสาธารณะ
ตอนนี้ถ้าไป ก็คงเหงาน่าดูเลย และคงเหงามากๆ ด้วย
 
คิดถึงเพื่อนๆ อ่ะ คงไม่มีโอกาสได้เจอกันแบบครบองค์ประชุมอีกละ
รู้อย่างนี้ ตอนช่วงที่อยู่ด้วยกัน น่าจะทำอะไรที่สร้างความทรงจำเยอะๆนะ
จะได้มีเรื่องราวให้คิดถึงกันตลอด มีรูปภาพคอยย้ำเตือน
แต่ตอนนี้แค่คิด มันก็คงสายไปแล้ว...
 
ยิ่งตอนนี้ เหมือนกับหายใจทิ้งไปวันๆ
ตื่นเช้าไปทำงาน กับสิ่งรอบข้างที่ไม่คุ้นชิน
กลับจากที่ทำงานก็ล้มตัวลงนอน เปิดคอมเช็คนู่นเช็คนี่
โพสบทความที่อยากโพส แอบดีใจเมื่อเห็นคนกดแชร์ กด Like
ได้เท่านี้จริงๆ นี่แหล่ะมั้งชีวิตคน มีแรงก็ต้องสู้กันต่อไป
 
"มัวแต่นั่งคิดถึงอดีต แล้วพรุ่งนี้จะมีอนาคตรึเปล่า?" 
------------------------------------------------------------
ฝากติดตาม Twitter ด้วยนะครับ

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

ความทรงจำกับกองหนังสือ

 
"ความทรงจำกับกองหนังสือ"
 
จากคนๆ หนึ่ง ที่มีเงินเก็บไม่กี่บาท
พยายามรวบรวมเงินเพื่อซื้อหนังสือที่ชอบสักเล่ม
ซึ่งนานมาก กว่าจะได้สักเล่มหนึ่ง
จนปัจุจุบัน มีหนังสือที่สามารถซื้อได้ด้วยเงินเก็บของตัวเองหลายเล่ม
แต่ละเล่มล้วนมีความทรงจำมากมายที่บรรจุอยู่ในหนังสือเล่มนั้น
 
หนังสือบางเล่มถึงจะมีราคาไม่กี่สิบบาท
แต่เมื่อมันมีรอยฉีกขาด มันก็เหมือนกับรอยขีดข่วนที่เกิดขึ้นกับร่างกายคนซื้อ
เพราะหนังสือมันมีคุณค่าต่อเจ้าของมันมากยังไงล่ะครับ
 
หลายคนอาจเคยเห็นเพื่อนของตัวเองที่รักและหวงหนังสือของตัวเองมาก
ถึงขนาดไม่ยอมให้เพื่อนแตะเลย เพราะกลัวว่าเพื่อนจะทำหนังสือยับหรือขาด
 
หนังสือบางเล่ม ที่ซื้อมาก็เพราะว่า ชอบทัศนคติของคนเขียน
หรือบางที เราก็ชอบที่ตัวคนเขียนเองด้วย (อันนี้ส่วนตัวสักนิดครับ)
และหนังสือนี่แหล่ะ ก็เหมือนโลกอีกใบที่ให้เราค้นหา
 
เชื่อไหมครับว่า ถ้าเราอ่านหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งถึงสองรอบ
แต่ละรอบที่อ่าน จะได้ข้อคิดที่ต่างกัน ไม่เชื่อก็ลองอ่านดูนะครับ
 
"ผมมีความสุขทุกข์ครั้งที่ได้นั่งอยู่ข้างๆ
กองหนังสือที่ตัวเองได้ซื้อมา"
------------------------------------------------------------
ฝากติดตาม Twitter ด้วยนะครับ


วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

Alone... คนเดียว

 
"Alone...คนเดียว"
 
บนเส้นทางที่เดินผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
อาจจะเคยเดินจับมือกับใครมาบ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยมือไป
และสุดท้ายถนนเส้นนี้ ก็มีแค่เพียงตัวเราเอง ที่ยังคงก้าวเดินต่อไป
 
คงไม่มีใครอยากที่จะก้าวเดินไปกับเรา โดยที่เราไม่มีอะไรติดตัวเลย
ไม่มีสิ่งของที่จะอำนวยความสะดวก ช่วยลดระยะทาง หรือลดระยะเวลา
แล้วใครล่ะ ที่จะมาสนใจ มันก็คงจะไม่แปลกถ้าถนนเส้นนี้ไม่มีใครมาเดินด้วย
 
บ่อยครั้งที่ต้องเดินคนเดียว นั่งพักคนเดียว และมองดูคนอื่นเขาเดินไปด้วยกัน
พอลองย้อนมองดูตัวเอง ก็แอบน้อยใจไม่ได้ ที่เราต้องเป็นแบบนี้
 
ถ้าถามว่า เหนื่อยไหม ? ท้อไหม ? ก็ตอบเลยว่า "มว๊ากกกกกกกกกก"
แต่ถึงจะเหนื่อยและท้อ แต่ก็จะก้าวเดินต่อไปไม่หยุด
แม้ว่ามันจะต้องเจอกับอะไรอีกก็ตาม ก็จะทนสู้ต่อไป
 
"แม้จะก้าวเดินด้วยตัวคนเดียว...
แต่ก็ยังมีความหวังว่า คงมีใครบางคนที่รอเราอยู่ปลายทาง" 
------------------------------------------------------------
ฝากติดตาม Twitter ด้วยนะครับ